วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2556

อนุสัญญาไซเตส (CITES) กับการคุ้มครองสัตว์ป่าในไทย


  อนุสัญญาไซเตส (CITES) กับการคุ้มครองสัตว์ป่าในไทยอนุสัญญาไซเตส (CITES) กับการคุ้มครองสัตว์ป่าในไทย

 ความเป็นมา
          ไซเตส (Convention on International Trade in Endangered Species of. Wild Fauna and Flora, 1973-CITES) หมายถึง อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดของสัตว์ป่า และพืชป่า ที่ใกล้สูญพันธุ์ ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2516 โดยสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ จัดให้มีกระประชุมนานาชาติขึ้น ที่กรุงวอชิงต้น ดี.ซี. และร่างอนุสัญญาไซเตสขึ้น มีประเทศที่เข้าร่าวมประชุมถึง 88 ประเทศและมีประเทศที่ลง นามรับรองและเห็นด้วยกับอนุสัญญาฉบับตี้ทันทีถึง 21 ประเทศ ประเทศไทยได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมในการประชุมครั้งนั้นด้วย แต่ได้ลงนามรับรองอนุสัญญาฉบับนี้ เมื่อปี พ.ศ.2518 และให้สัตยาบันในวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2526 นับเป็นสมาชิกลำดับที่ 80 เป้าหมายสำคัญของอนุสัญญาฉบับนี้คือ การอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่าและพืชป่าในโลก เพื่อประโยชน์ แห่งมวลมนุษยชาติ โดยเน้นทรัพยกรสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือที่มีการคุกคาม ทำให้ประมาณลดลงจน อาจจะสูญพันธุ์ไป วิธีการของการอนุรักษ์ที่ได้กล่าวไว้ในอนุสัญญาไซเตสนั้น ทำโดยสร้างเครือข่ายขึ้นทั่วโลกเพื่อควบคุม การค้าระหว่างประเทศ ทั้งสัตว์ป่าพืชป่าและผลิตภัณฑ์ แต่ไซเตสจะไม่ควบคุมการค้าภายในประเทศสำหรับชนิดพันธุ์ ท้องถิ่น

หน้าที่ของไซเตส
       บทบาทและหน้าที่ของอนุสัญญาไซเตสที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในโลกที่ได้ร่วมลงนามรับรองในเงื่อนไข ที่ตกลงร่วมกันนั้น มีหน้าที่ดังนี้
  1. สมาชิกมีหน้าที่รักษาและบังคับใช้อนุสัญญาไซเตส มิให้มีการค้าสัตว์ป่า พืชป่าที่ผิดระเบียบอนุสัญญาฯ และจะต้องมีมาตรการลงโทษผู้ค้า ผู้ครอบครอง ริบของกลาง และส่งของกลางกลับแหล่งกำเนิด กรณีที่ทราบ แหล่งกำเนิด
  2. ต้องมีการตั้งด่านตรวจสัตว์ป่า พืชป่าระหว่างประเทศ เพื่อควบคุมและตรวจสอบการค้าสัตว์ป่า พืชป่า และการขนส่งที่ปลอดภัยตามระเบียบในอนุสัญญาไซเตส
  3. ต้องส่งรายงานประจำปีเกี่ยวกับสถิติการค้าสัตว์ป่า พืชป่าของประเทศตนแก่สำนักเลขาอนุสัญญา ไซเตส
  4. ต้องจัดตั้งคณะทำงานฝ่ายปฎิบัติการ และคณะทำงานฝ่ายวิทยาการประจำประเทศ เพื่อควบคุม การค้าสัตว์ป่า พืชป่า
  5. มีสิทธิ์เสนอขอเปลี่ยนแปลงชนิดพันธุ์ในบัญชี Appendix 1. 2 และ 3 ให้ภาคีพิจารณา
อนุสัญญาไซเตสคุ้มครองอะไรบ้าง
         การคุ้มครองตามอนุสัญญาฉบับนี้ ครอบคลุมทั้งสัตว์ป่าและพืชป่า โดยระบบใบอนุญาต ซึ่งหมายความ ว่า สัตว์ป่าที่อยู่ในการควบคุมของอนุสัญญาไซเตส จะต้องมีใบอนุญาตต่อไปนี้
  1. นำเข้า
  2. ส่งออก
  3. นำผ่าน
  4. ส่งกลับออก
     ชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ไซเตสควบคุมจะระบุไว้ในบัญชี หมายเลข 1, 2 และ 3 ของอนุสัญญาฯ โดยได้กำหนดหลักการไว้ดังนี้
ชนิดพันธุ์ในบัญชีหมายเลข 1 เป็นชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ห้ามค้าโดยเด็ดขาด เนื่องจากใกล้ สูญพันธุ์ ยกเว้นเพื่อการศึกษาวิจัย หรือเพาะพันธุ์ ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจากประเทศที่นำเข้าเสียก่อน ประเทศ ส่งออกจึงจะออกใบอนุญาติส่งออกได้ ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความอยู่รอดของชนิดพันธุ์นั้นๆ ด้วย ชนิดพันธุ์ของไทย เช่น กระทิง จระเข้น้ำจืด จระเข้น้ำเค็ม ช้างเอเชีย เสื่อโคร่ง แรด หมีควาย สมเสร็จ เต่าหลายชนิด กล้วยไม้หายาก บางชนิด และทั่วไป เช่น อุรังอุตัง กอริลลา หมีแพนด้ายักษ์ ปลาวาฬยักษ์ เสือซีตาร์ เสือโคร่ง เต่าทะเล นกกระเรียน

ชนิดพันธุ์หมายเลข 2 เป็นพันธุ์ของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ยังไม่ถึงกับใกล้สูญพันธุ์ จึงยังอนุญาตให้ค้าได้ แต่ต้องมีการควบคุมไม่ให้เกิดความเสียหายหรือลดปริมาณลงอย่างรวดเร็วจนถึงจุดใกล้สูญพันธุ์ โดยประเทศที่ส่ง ออกต้องออกหนังสืออนุญาตให้ส่งออกและรับรองว่าการส่งออกแต่ละครั้งจะไม่กระทบกระเทือนต่อการดำรงชีวิต ของชนิดพันธุ์นั้น ๆในธรรมชาติ เช่น ค้างคาวแม่ไก่ทุกชนิด ลิง ค่าง นกหลายชนิด ชะมด นาก ปลาโลมา งูหลายชนิด พืชประเภทหม้อข้าวหม้อแกงลิง ฯลฯ

ชนิดพันธุ์หมายเลข 3 เป็นชนิดพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายของประเทศใดประเทศหนึ่ง แล้ว ขอความร่วมมือประเทศภาคี ช่วยดูแลในการนำเข้า คือ จะต้องมีหนังสือรับรองการส่งออกจากประเทศถิ่นกำเนิด เช่น ควาย (เนปาล) นกขุนทอง (ไทย)


วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

วันสตรีสากล


วันสตรีสากล

                  วันสตรีสากล มิเพียงแค่การเฉลิมฉลองเหมือนงานประเพณีที่มักทำติดต่อกันทุกปี หากจะเป็นการตระหนักร่วมและให้คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ของผู้ใช้ แรงงานหญิง และสืบทอดเจตนารมย์ที่ต้องการให้ผู้หญิงได้รับการปกป้องคุ้มครองให้ปลอดภัย จากความรุนแรง และยกระดับคุณภาพชีวิตในด้านต่างๆ ผู้ใช้แรงงานต้องได้รับการดูแลในด้านสวัสดิการ สุขภาพความปลอดภัยในการทำงาน รวมทั้งผู้หญิงต้องได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติและเท่าเทียมในฐานะที่ ผู้หญิงก็เป็นสมาชิกหนึ่งในสังคม


ประวัติความเป็นมา ของ "วันสตรีสากล" เกิดขึ้นจากกรรมกรหญิงในโรงงานทอผ้า รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาได้พากันลุกฮือประท้วงให้นายจ้างเพิ่มค่าจ้าง และเรียกร้องสิทธิของพวกเธอ แต่สุดท้ายกลับมีผู้หญิงถึง 119 คนต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ด้วยการที่มีคนลอบวางเพลิงเผาโรงงานที่พวกเธอนั่งชุมนุมกันอยู่ โดยเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1857 (พ.ศ. 2400)
จากนั้นในปี ค.ศ.1907 (พ.ศ. 2450) กรรมกรหญิงในโรงงานทอผ้าที่เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกาทนไม่ไหวต่อการเอารัด เอาเปรียบ กดขี่ ทารุณ ของนายจ้างที่ใช้งานพวกเธอเยี่ยงทาส เนื่องจากกรรมกรหญิงเหล่านี้ต้องทำงานหนักถึงวันละ 16-17 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุด ไม่มีประกันการใช้แรงงานใดๆ เป็นผลให้เกิดความเจ็บป่วยล้มตายตามมาในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่กลับได้รับค่าแรงเพียงน้อยนิด และหากตั้งครรภ์ก็ถูกไล่ออก
ความอัดอั้นตันใจจึงทำให้ "คลาร่า เซทคิน" นักการเมืองสตรีสายแนวคิดสังคมนิยม ชาวเยอรมันตัดสินใจปลุกระดมเหล่ากรรมกรสตรีด้วยการนัดหยุดงานในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1907 พร้อมกับเรียกร้องให้นายจ้างลดเวลาการทำงานลงเหลือวันละ 8 ชั่วโมง อีกทั้งให้ปรับปรุงสวัสดิการทุกอย่าง และให้สตรีมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งด้วย อย่างไรก็ตามแม้การเรียกร้องครั้งนี้ จะไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากมีแรงงานหญิงหลายร้อยคนถูกจับกุม แต่ก็ทำให้สตรีทั่วโลกสนับสนุนการกระทำของ "คลาร่า เซทคิน" และเป็นการจุดประกายให้สตรีทั่วโลกเริ่มตระหนักถึงสิทธิของตัวเองมากขึ้น
ต่อมาในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1908 (พ.ศ. 2451) มีแรงงานหญิงกว่า 15,000 คน ร่วมเดินขบวนทั่วเมืองนิวยอร์ก เรียกร้องให้ยุติการใช้แรงงานเด็ก โดยมีคำขวัญการรณรงค์ว่า "ขนมปังกับดอกกุหลาบ" ซึ่งหมายถึงการได้รับอาหารที่พอเพียงพร้อมๆ กับคุณภาพชีวิตที่ดีนั่นเอง
จนกระทั่งในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1910 (พ.ศ. 2453) ความพยายามของกรรมกรสตรีกลุ่มนี้ก็ประสบผลสำเร็จ เมื่อมีตัวแทนสตรีจาก 17 ประเทศ เข้าร่วมประชุมสมัชชาสตรีสังคมนิยมครั้งที่ 2 ณ เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก โดยในที่ประชุมได้ประกาศรับรองข้อเรียกร้องของบรรดากรรมกรสตรี ในระบบสาม 8 คือ ยอมให้ลดเวลาทำงานเหลือวันละ 8 ชั่วโมง ให้เวลาศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเองอีก 8 ชั่วโมง และอีก 8 ชั่วโมงเป็นเวลาพักผ่อน พร้อมกันนี้ยังได้ปรับค่าแรงของแรงงานหญิงให้เท่าเทียมกับแรงงานชาย และยังมีการคุ้มครองสวัสดิการสตรีและแรงงานเด็กอีกด้วย
ทั้งนี้ยังได้รับรองข้อเสนอของ "คลาร่า เซทคิน" ด้วยการกำหนดให้วันที่ 8 มีนาคม ของทุกปีเป็น วันสตรีสากล



                                          

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

Miriam Makeba


Miriam Makeba เป็นใคร ทำไม ได้ขึ้น logo google วันนี้

Miriam Makeba เป็นใคร ทำไม ได้ขึ้น logo google วันนี้ เนื่องจากวันนี้ เป็นวันครบรอบ วันเกิดปีที่ 81 ของ Miriam Makeba ศิลปินชาวแอฟริกา ที่สร้างชื่อเสียง จากเพลง patapata นั่นเอง

ในทศวรรษที่ 1960 เธอเป็นศิลปินคนแรกที่มาจากแอฟริกา เธอเป็นที่รู้จักดีสำหรับเพลง "พาต้าพาต้า" บันทึกเป็นครั้งแรกในปี 1957
และเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาในปี 1967


เธอมีส่วนในการเข้าไปรณรงค์ต่อต้านการแบ่งแยกในแอฟริกาใต้ เป็นผลให้รัฐบาลแอฟริกาใต้เพิกถอนสิทธิการเป็นพลเมืองไปโดยสิ้นเชิง  และภายหลังเมื่อสิ้นสุดการแบ่งแยกสีผิว เธอจึงได้กลับบ้านเกิด อย่างถูกกฏหมาย

เธอเสียชีวิตวันที่ 9 พฤศจิกายน 2008 หลังจากการแสดงคอนเสิร์ตในอิตาลี ที่จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนนักเขียน Roberto Saviano ผู้ยืนหยัดต่อสู้กับองค์กร camorra หรือแก็งมาเฟียใหญ่ ในประเทศอิตาลี


                                              Miriam Makeba 04.jpg




วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2556

Passé récent


Passé récent ใช้แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเพิ่งจบสิ้นไปในอดีต

รูปแบบ passé récent ง่ายมาก

รูปแบบ
Passé récent


                               



ตัวอย่าง
Je       viens de venir de  Bangkok.ฉันเพิ่งมาจากกรุงเทพ
Tu      viens de manger.เธอพึ่งกิน
Il        vient d’acheter une voiture.เขาเพิ่งซื้อรถ
Vous   venez de me dire la vérité.คุณเพิ่งบอกความจริงกับผม
Nous   venons de terminer les études.พวกเราเพิ่งเรียนจบ
Ils      viennent de répondre aux questions.พวกเขาเพิ่งตอบคำถาม


เทรนด์เต้นหมู่ ฮาร์เล็ม เชค Harlem Shake คืออะไร ?



เทรนด์เต้นหมู่ ฮาร์เล็ม เชค Harlem Shake คืออะไร ?




Harlem Shake เทรนด์เต้นหมู่แบบใหม่

  เทรนด์การเต้นหมู่“ ในปัจจุบันนั้นได้เกิดขึ้นมาใหม่เรื่อยๆ ซึ่งแต่ละการเต้นนั้นจะมีรูปแบบ , ลักษณะเด่นที่แตกต่างกันออกไปตาม ไอเดีย เพลง ท่าเต้น หรือสถานที่เต้น มักจะทำเพื่อจุดประสงค์การบันเทิง การล้อเลียน หรือการแสดงออกทางศิลปะ ..  ถ้า ไอเดียดี ท่าเต้นแปลก ให้ความสนุกสนาน เพลินเพลินมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นกระแสฮิตที่ต้องทำตามทั่วโลกแน่นอน
ตามที่เพื่อนๆเคยรู้จัก Flash Mob ( แฟลชม็อบ ) เป็นการเต้นหมู่ในสถานที่หนึ่งอย่างฉับพลัน เพื่อแสดงสิ่งแปลกตาและดูเหมือนไม่มีจุดมุ่งหมายในช่วงระยะเวลาอันสั้น จากนั้นจึงสลายตัว แยกย้ายกันไป ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เทรนด์เต้นหมู่ นี้ก็ยังสามารถทำได้อยู่เรื่อยๆ
โดย เทรนด์การเต้นหมู่ที่ผ่านมาก็คงจะเป็น หนังดังอย่าง Step Up 4 และสดๆร้อนๆเลยก็คงจะหนีไม่พ้น การเต้น กังนัมสไตล์ (Gangnam Style) ที่สร้างปรากฏการณ์ในหลายๆประเทศ ออกมารวมตัวเต้นกันนั่นเอง ^^ แต่ที่ร้อนแรงไปยิ่งกว่า ก็คือ กระแส Harlem Shake ฮาร์เล็ม เชค นี่แหละ!!!

 Harlem Shake คืออะไร ?


  • เทรนด์การเต้นหมู่ Harlem Shake (ฮาร์เล็ม เชค) เป็นการเต้นประกอบเพลงรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมมาก
  • ฮาร์เล็ม เชค ( Harlem Shake ) รูปแบบการเต้น ฮาร์เล็ม เชค นี้ เป็นการหยิบเอางานเพลงชื่อเดียวกัน Harlem Shake ของบาเออร์ ศิลปินฮิปฮอป มาใช้ประมาณ 30 วินาที
  • โดยในช่วงเริ่มต้นของการเต้น Harlem Shake นั้นจะเป็นการเต้นเพียงคนเดียว ท่ามกลางในหมู่ของเพื่อนๆ หรือคนรอบข้างที่ทำเป็นไม่สนใจ แต่พอถึงช่วงที่จังหว่ะเพลงเปลี่ยน ผู้คนรอบข้างเหล่านั้นก็จะลุกออกมาเต้นในท่วงทีที่บ้าคลังหรือจะเรียกว่าหลุดโลกเลยก็ว่าได้  ไม่เน้นสวยงามแต่เน้นความฮาจ้า!!

ที่มาฮาร์เล็ม เชค (Harlem Shake)

  •  การเต้นฮาร์เล็ม เชค มีที่มาจาก การแสดงของชนกลุ่มหนึ่งในแถบทวีปแฟริกาเหนือ คือ ชนเผ่าเอสกิสตา (Eskista
  • โดยท่าเต้นดังกล่าวมีเอกลักษณ์คือการโยกไหล่ไปมา
  • จากนั้นนักเต้นวณิพกจากนิวยอร์ก สหรัฐฯ คนหนึ่งก็ได้นำท่าเต้นดังกล่าวไปประยุกต์เข้ากับลักษณะการเคลื่อนไหวของมัมมี่ ที่จะทำได้เพียงแค่การกระตุกไหล่ไปมา ทำให้ท่าเต้นดังกล่าวได้กลายมาเป็นที่นิยม จนได้รับการเผยแพร่ไปจนถึงย่านฮาร์เล็ม ของนิวยอร์ก ช่วงปี ค.ศ. 1981 จนกลายมาเป็นที่มาของชื่อ ฮาร์เล็ม เชค ในที่สุด
  • Harlem Shake เทรนด์เต้นหมู่แบบใหม่ Harlem Shake คืออะไร teen.mthai.com


  • Harlem Shake เทรนด์เต้นหมู่แบบใหม่ Harlem Shake คืออะไร teen.mthai.com4

    วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

    หลักสูตรอักษรศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร



    หลักสูตรอักษรศาสตรบัณฑิต


    สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส
    วิชาเอก-วิชาโทภาษาฝรั่งเศส
    1. วัตถุประสงค์
    1.3.1 เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความรู้และมีทักษะในการใช้ภาษาฝรั่งเศส ทั้งด้านการฟัง การพูด การอ่าน และ
    การเขียนในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
    1.3.2 เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความสามารถทางวิชาการ พัฒนาความรู้ความเข้าใจทางด้านภาษา วรรณคดีและ
    ศิลปวัฒนธรรมของชนชาติที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส สำหรับเป็นพื้นฐานในการประกอบวิชาชีพ หรือการศึกษาขั้นสูงต่อไป
    1.3.3 เพื่อผลิตบัณฑิตที่สามารถนำหลักการและความคิดเชิงวิเคราะห์วิจารณ์ของตน เเละเป็นบัณฑิตที่มี
    คุณธรรมเเละจริยธรรม
    2. ข้อกำหนดในการศึกษาสาขาวิชาภาษาฝรั่งเศสเป็นวิชาสาขาระดับต้นของคณะฯ
    นักศึกษาที่เลือกสาขาวิชาภาษาฝรั่งเศสเป็นวิชาสาขาระดับต้นของคณะฯ จะต้องศึกษารายวิชาต่อไปนี้

      นักศึกษาที่ไม่มีพื้นฐานความรู้ภาษาฝรั่งเศส
    413 105 ภาษาฝรั่งเศสเบื้องต้น 3 3(2-2-5)
    413 106 การอ่านเบื้องต้น 1 3(3-0-6)
    ทั้งนี้นักศึกษาต้องเรียนรายวิชา 413 101 ภาษาฝรั่งเศสเบื้องต้น 1 และ 413 102 ภาษาฝรั่งเศสเบื้องต้น 2
    มาก่อนโดยนับหน่วยกิตเป็นวิชาเลือกเสรี     อนึ่ง นักศึกษาที่ไม่ได้เลือกเรียนสายศิลป์-ฝรั่งเศส แต่ได้ลงทะเบียนเรียนภาษาฝรั่งเศสเป็นวิชาเลือก มาแล้ว          ไม่เกิน 200 ชั่วโมงในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สามารถลงทะเบียนเรียนรายวิชา ภาษาฝรั่งเศสเบื้องต้น 2 ได้โดยไม่ต้อง    ลงทะเบียนเรียนรายวิชา 413 101 ภาษาฝรั่งเศสเบื้องต้น 1 ทั้งนี้ต้องผ่านการพิจารณาของภาควิชาฯ

    นักศึกษาที่มีพื้นฐานความรู้ภาษาฝรั่งเศส
    413 108 ภาษาฝรั่งเศส 3 3(2-2-5)
    413 109 การอ่าน 3(3-0-6)
    ทั้งนี้นักศึกษาต้องเรียนรายวิชา 413 103 ภาษาฝรั่งเศส 1 และ 413 104 ภาษาฝรั่งเศส 2 มาก่อนโดยนับ
    หน่วยกิตเป็นวิชาเลือกเสรี


    3. ข้อกำหนดในการศึกษาสาขาวิชาภาษาฝรั่งเศสเป็นวิชาเอก
    3.1 นักศึกษาที่มีสิทธิ์เลือกสาขาวิชาภาษาฝรั่งเศสเป็นวิชาเอก จะต้องศึกษารายวิชาต่อไปนี้เป็นวิชาสาขาระดับต้น
    ของคณะฯ หรือวิชาเลือกเสรีมาก่อน และต้องได้ค่าระดับเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.00

    นักศึกษาผู้ไม่มีพื้นฐานความรู้ภาษาฝรั่งเศส
    413 102 ภาษาฝรั่งเศสเบื้องต้น 2 3(2-2-5)
    413 105 ภาษาฝรั่งเศสเบื้องต้น 3 3(2-2-5)
    413 106 การอ่านเบื้องต้น 1 3(3-0-6)
    413 107 การอ่านเบื้องต้น 2 3(3-0-6)
                   

                         นอกจากนี้นักศึกษาจะต้องผ่านการสอบวัดความรู้ทางภาษาฝรั่งเศสของภาควิชาฯ และศึกษาภาษาฝรั่งเศส          เพิ่มเติมตามที่ภาควิชาฯ จัดสอนในช่วงปิดภาคเรียนภาคการศึกษาที่ 3 เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า  30 ชั่วโมง จึงจะมีสิทธิ์ลงทะเบียนเรียนรายวิชาเอก-วิชาโท

    นักศึกษาผู้มีพื้นฐานความรู้ภาษาฝรั่งเศส
    413 104 ภาษาฝรั่งเศส 2 3(2-2-5)
    413 108 ภาษาฝรั่งเศส 3 3(2-2-5)
    413 109 การอ่าน 3(3-0-6)
    3.2 นักศึกษาที่ศึกษาสาขาวิชาภาษาฝรั่งเศสเป็นวิชาเอก ต้องศึกษารายวิชา ดังนี้
    3.2.1 วิชาเอกบังคับ จำนวน 32 หน่วยกิต
    3.2.2 วิชาเอกเลือก จำนวนไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต
    3.3 นักศึกษาที่ศึกษาสาขาวิชาภาษาฝรั่งเศสเป็นวิชาเอก ต้องศึกษารายวิชาภาษาฝรั่งเศสเป็นหน่วยกิตสะสม
    จำนวนไม่น้อยกว่า 60 หน่วยกิต ซึ่งนับรวมทั้งรายวิชาสาขาระดับต้น จำนวน 6 หน่วยกิต
    และวิชาเอก จำนวน 54 หน่วยกิต



    วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

    น้ำตานองพนมเปญ เขมรนับหมื่นๆ ส่งกษัตริย์สีหนุสู่สรวงสวรรค์


    พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระนโรดมสีหนุ มีขึ้นตามกำหนดเวลา 18.00 น. วันที่ 4 ก.พ.นี้ เป็นการสิ้นสุดการเดินทางยาวนานของบุคคลที่ได้รับการยกย่องเป็นรัฐบุรุษสำคัญคนหนึ่งของเอเชีย ทรงเป็นทั้งอดีตกษัตริย์ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานาธิบดี อดีตประธานแนวร่วมฝ่ายต่อต้านรัฐบาล อดีตประมุขในระบอบเขมรแดงอันโหดร้าย และอดีตผู้นำการต่อต้านระบอบใหม่ภายใต้การครอบงำของเวียดนาม ก่อนจะขึ้นครองราชย์อีกครั้งหลังสงครามสงบลงและทรงสละราชสมบัติในเดือน ต.ค.2547 สมเด็จฯพระสีหนุเสด็จสวรรคตเดือน ต.ค.2555 ในกรุงปักกิ่ง รวมพระชนมายุ 90 พรรษา. -- AFP Photo/Nicolas Asfouri.
           .
           ชาวเขมรนับหมื่นๆ คนร่ำไห้ด้วยความโศกสลดระหว่างพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระนโรดมสีหนุ อดีตกษัตริย์แห่งกัมพูชาที่มีขึ้นตามกำหนดเวลา 18.00 น. วันจันทร์ 4 ก.พ.นี้ ซึ่งบรรดาผู้นำ และแขกต่างประเทศ ข้าราชบริพาร และข้าราชการกับประชาชนทั่วไปเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก สำนักข่าวของทางการรายงาน
          
           สมเด็จพระนโรดมบรมนาถสีหมุนี กษัตริย์กัมพูชา กับพระราชินีโมนิกมุนีนาถ พระราชมารดาทรงจุดพระเพลิงที่พระเมรุ และเสียงปืนใหญ่ 105 มม. ได้ยิงสลุต จำนวน 101 นัด เสียงดังกึกก้องไปทั่วอาณาบริเวณท้องพระเมรุ ที่อยู่ด้านหน้าพระราชวังเขมรินทร์ ส่งดวงพระวิญญาณสู่สวรรคาลัย สำนักข่าวกัมพูชากล่าว
          
           ผู้นำระดับสูงที่เข้าร่วมพระราชพิธี ประกอบด้วย สมเด็จอัครมหาธรรมโพธิศาลเจียซิม ประธานวุฒิสภา สมเด็จอัครมหาบุญญาจักรีเฮงสัมริน ประธานรัฐสภา และสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเตโชฮุนเซน นายกรัฐมนตรี รวมทั้งผู้นำรัฐบาล และผู้แทนจากประเทศกลุ่มอาเซียน ออสเตรเลีย แคนาดา จีน ฝรั่งเศส อินเดีย ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี
          
           ชาวพนมเปญนับหมื่นๆ คนได้ทยอยเข้าถวายสักการะพระศพตั้งแต่เวลาเช้าวันเดียวกันซึ่งทางการประกาศให้เป็นวัดหยุดแห่งชาติ และให้ลดธงลงเหลือ 1 ใน 3 เสา มาตั้งแต่วันศุกร์ที่ 1 ก.พ. ที่มีการอัญเชิญพระศพจากพระราชวังไปยังพระเมรุ ก่อนจะอัญเชิญไปตามขบวนแห่งที่มีความยาวถึง 2 กิโลเมตร และขบวนแห่ได้เคลื่อนผ่านจุดสำคัญหลายจุดของเมืองหลวง รวมเป็นระยะทาง 6 กม.
          
           ขบวนแห่ได้อัญเชิญพระศพกลับไปยังพระเมรุ เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป และแขกเหรื่อชาวต่างชาติ องค์การระหว่างประเทศได้เข้าถวายสักการะอีกครั้งหนึ่ง
          
           ตามกำหนดการนั้น กำลังจะมีพระราชิพิธีเก็บพระอังคารในวันที่ 5 ก.พ.นี้ ซึ่งเป็นวันที่ห้าของพระราชพิธี 1 สัปดาห์
          
           ในวันที่ 6 ก.พ. จะมีการจัดขบวนแห่พระอังคารไปลอยคงคาที่จัตุรมุข คุ้งน้ำอันกว้างขวางด้านหน้าพระราชวัง อันเป็นจุดที่แม่น้ำโตนเลสาปกับแม่น้ำบาสสัก ไหลบรรจบแม่น้ำโขง และวันที่ 7 จะอัญเชิญพระอังคารอีกส่วนหนึ่งไปบรรจุไว้ที่วัดพระแก้วมรกตภายในพระราชวัง ตามพระประสงค์ของอดีตพระประมุข
          
           สมเด็จพระนโรดมสีหนุ เสด็จสวรรคตในกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 15 ต.ค.2555 ด้วยโรคพระหทัยล้มเหลว ขณะที่พระชามายุกำลังจะครบ 90 พรรษาในสิ้นเดือนเดียวกัน
          
           พระองค์ทรงมีพระประสูติกาลวันที่ 31 ต.ค.2465 เป็นพระโอรสพระองค์เดียวของพระองค์เจ้านโรดมสุรามฤทธิ์ (Prince Norodom Suramarit) กับพระองค์เจ้าหญิงศรีสุวัตกุสุมานารีรัตเสรีวัฒนา (Princess Sisowath Kossomak Narearath Serey Vatthana) และทรงขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งกัมพูชาในเดือน เม.ย.2484 ขณะทรงมีพระชนมายุเพียง 19 พรรษา ภายใต้การปกครองโดยฝรั่งเศส ก่อนจะทรงนำกัมพูชาไปสู่เอกราชในปี 2496
          
           ปี 2498 สมเด็จพระนโรดมสีหนุทรงสละราชสมบัติให้พระราชบิดา และทรงก่อตั้งพรรคสังคมราษฎร์นิยม (Samgkum Reastr Niyum) เพื่อการพัฒนาประเทศ พรรคชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้นครองเสียงข้างมากในสภานิติบัญญัติ พระองค์ทรงเป็นนายกรัฐมนตรี และต่อมา เป็นประมุขแห่งรัฐ หลังจากพระราชบิดาเสด็จสวรรคต
           .
           
    2

           


           


           ในวันที่ 18 มี.ค.2513 ขณะเสด็จฯ เยือนสหภาพโซเวียตรัสเซีย พล.อ.ลอนนอล ผู้บัญชาการกองทัพได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจโดยมีองค์การสืบราชการลับซีไอเอของสหรัฐฯ อยู่เบื้องหลัง ทำให้พระองค์ทรงรับตำแหน่งประธานแนวร่วมกัมพูชาฝ่ายต่อต้าน หรือ FUNK
          
           จนกระทั่งในเดือน เม.ย.2518 สมเด็จพระสีหนุได้กลายเป็นประธานาธิบดีประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย (Democratic Kampuchea) หรือ “ระบอบเขมรแดง” แต่ได้ทรงลาออกจากตำแหน่งในปีถัดมา
          
           เมื่อรัฐบาลเขมรแดงกลุ่มโปลโป้ท-เอียงสารี-เคียวสมพร ถูกกองทัพเวียดนามกับเขมรแดงแปรพักตร์ กลุ่มเพ็ญสุวรรณ-เฮงสัมริน-เจียซิมและฮุนเซน ขับออกจากกรุงพนมเปญ ในวันที่ 7 ม.ค.2522 สมเด็จพระสีหนุทรงเดินทางออกนอกประเทศ และเป็นผู้นำรัฐบาลผสมสามฝ่ายกัมพูชาประชาธิปไตยที่ได้รับการรับรองจากสหประชาชาติต่อสู้กับระบอบใหม่ในกรุงพนมเปญ ทีได้รับการปกป้องคุ้มครองจากทหารเวียดนามนับแสนคน
          
           สมเด็จพระนโรดมสีหนุเสด็จกลับกรุงพนมเปญในปี 2534 และในปี 2536 ก็ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งกัมพูชา ก่อนสละราชสมบัติในเดือน ต.ค.2547 เพื่อเปิดทางให้พระราชโอรสขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชาจนถึงปัจจุบัน
          
           หลังจากสละราชสมบัติ สมเด็จพระนโรดมสีหนุ เสด็จพระราชดำเนินไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนบ่อยครั้ง เพื่อทรงรับการถวายการตรวจพระสุขภาพ และรักษาพระวรกายหลังมีการตรวจพบว่าทรงเป็นมะเร็ง
          
           ตลอดเวลาในวิถีชีวิตทางการเมือง โลกตะวันสตกเรียกขานพระองค์ว่า “เจ้าชายปรอท” คือ บุคคลที่เก่งในการปรับตัวทางการเมืองเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด
          
           สมเด็จพระนโรดมสีหนุ เคยอภิเษกสมรสรวม 6 ครั้ง มีพระราชโอรส-พระราชธิดา รวม 14 พระองค์ นอกจากการเมืองแล้ว ยังทรงสนพระทัยในภาพยนตร์ เคยเป็นผู้สร้าง และผู้กำกับเอง นอกจากนั้น ยังทรงพระนิพนธ์บทกวี และเพลงอีกจำนวนหนึ่งด้วย.
           .